ข่าวการพังของอาคารที่กำลังก่อสร้าง
บริเวณคลอง 6 ปทุมธานี เป็นคอนโด 6 - 7 ชั้น
เกิดการพังถล่มในขณะที่เทคอนกรีตซึ่งเป็นชั้น 6 ของอาคารโดยพื้นเป็นระบบ Post
tension ที่ผมกำลังจะเขียนถีงพอดี
ยังไงก็ขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่สูญเสียในครั้งนี้ทุกท่านด้วย
สาเหตุตอนนี้ยังอยู่ในขั้นวิเคราะห์เท่าที่ประมาณได้มี 3-4 สาเหตุที่พูดถึงกัน
1.การรับน้ำหนักเกินขนาด จาก Live
load ที่ออกแบบไว้ 400-500 กก./ตรม. แต่มีการลงน้ำหนักกระทำถึง 700
กก./ตรม. โดยไม่มีการตั้งนั่งร้านกระจายการถ่ายน้ำหนักลงไปยังชั้นต่าง
ๆ ทำให้เสาหรือคานรับน้ำหนักไม่ไหว เกิดการพังถล่มขึ้นมา
2.การเร่งงานก่อสร้างทำให้คอนกรีตที่รองรับน้ำหนักของคอนกรีตยังไม่เต็มที่
โดยทั่วไปเราจะทราบกันว่าคอนกรีตต้องมีระยะเวลาในการบ่มคอนกรีต 7 วัน 14 วัน
และรับน้ำหนักเต็มที่ 28 วันซึ่งต้องมีการส่งไปทดสอบ ภาษาช่างเรียกว่าการกดลูกปูน
จึงเกิดการพังของคอนกรีตที่รับน้ำหนัก
3.การดำเนินการผิดขั้นตอนจากที่ผู้ออกแบบคำนวนให้โครงสร้างอยู่ได้ด้วยเสาพื้นและผนังรับน้ำหนัก
( จากรูปแบบที่แชร์กันตามอินเตอร์เนต )
ตำแหน่งพื้นที่เข้าเสาโครงสร้างมีการลดขอบเพื่อติดตั้งผนัง Precast
ซึ่งผู้ออกแบบให้ผนังเป็นตัวรับน้ำหนัก ซึ่งเมื่อเทพื้นชั้นถัดไปเสร็จก็ควรติดตั้งผนังเพื่อช่วยรับน้ำหนัก
ก่อนทำการรื้อนั่งร้านเพื่อให้โครงสร้างสมบูรณ์
อีกสาเหตุที่ยังต้องหาความจริงคือ
วิศวกรท่านนึงได้ให้ข้อมูลว่า
เสาของอาคารเกินการหนีศูนย์ทำให้เหล็กที่เสริมตามเสาเพื่อรองรับแรงดึงของสลิงตามหัวเสา
ไม่เป็นไปตามแนว ตามแบบ
เมื่อรับน้ำหนักมากแรงดึงที่สลิงมากที่หัวเสาจึงเกิดการดึงจนพื้นที่เสาระเบิดขึ้น
ทำให้เกิดการพัง
ไม่ว่าจะสาเหตุอะไรการทำงานในสถานที่ก่อสร้าง
ในฐานะผู้ออกแบบ ควบคุมงาน เจ้าของโครงการ และผู้รับเหมา ควรมีจิตสำนึกไม่ใช่
เจ้าของก็ลดค่าใช้จ่ายให้ออกแบบแค่พอไม่พัง , ผู้ออกแบบก็อยากได้ค่าแบบ
อยากได้งานก็ยอมทำ ยอมรับงานออกแบบตามที่เจ้าของจ้าง
เจ้าหน้าที่ราชการรับขออนุญาตก็รับสินบนทำให้ยื่นขออนุญาตผ่าน
ผู้ควบคุมงานก็ไม่สนใจดูงานตรวจสอบให้งานเป็นไปตามลำดับขั้นตอนหรือความปลอดภัย
ผู้รับเหมาก็ใช้ของไม่ได้คุณภาพเพื่อให้ราคาถูก เร่งงานไม่สนความปลอดภัย
ขาดความรอบคอบระมัดระวังทำให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้
ก็ต้องช่วยกันนะสร้างให้เป็นมาตรฐานและลดการสูญเสียต่อไป



